เปิดสถิติ 10 ปี Sell in May หุ้นไทย จับสัญญาณเทขายในวิกฤต “โควิด”

ปรากฏการณ์ “Sell in May” เป็นปรากฏการณ์ที่ตลาดหุ้นทั่วโลก มักจะถูกเทขายในเดือน พ.ค. จนผลตอบแทนติดลบ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเอง ก็พบว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET index) เดือน พ.ค. ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก็มีจำนวนครั้งที่ให้ผลตอบแทนติดลบมากที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่น ๆ อย่างไรก็ดี สำหรับปี 2563 นี้ ตลาดหุ้นไทยลบหนักไปตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้มีบางกระแสมองว่า ปีนี้ “Sell in May” อาจจะไม่ได้รุนแรง “กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า สถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2553-2562) SET index ในเดือน พ.ค.ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -2% โดยมีถึง 8 ปีที่ผลตอบแทนติดลบซึ่งมีสาเหตุมาจากที่ตลาดหุ้นช่วงต้นปีส่วนใหญ่ได้สะท้อนปัจจัยบวกต่าง ๆ ไปแล้ว พอถึงเดือน พ.ค. ที่เป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียน…

เลือกหุ้นต้องพิถีพิถัน หลังไวรัสระบาด

เมื่อตลาดหุ้นไทย ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จนทำให้นักลงทุนต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่เพื่อลดความเสี่ยง คำถามตามมา ก็คือ มีหุ้นประเภทไหนที่สามารถลงทุนแล้วสบายใจ 14 มกราคม 2563 วันแรกที่ประเทศไทยรายงานว่าคนไทยรายแรกที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยดัชนีหุ้นไทยปิด 1,586.90 จุด และวันถัดมา (15 มกราคม 2563) ดัชนีหุ้นปิด 1,581.05 จุด 31 มกราคม 2563 ดัชนีหุ้นไทยปิด 1,514.14 จุด และในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนตลอดเวลา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 “COVID-19 มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเต็มๆ ซึ่งเดิมทีเศรษฐกิจไทยก็ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่” อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ให้ความเห็น นอกจาก COVID-19 แล้ว ปัจจัยที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจไทยในปีนี้ เช่น งบประมาณล่าช้า โครงสร้างพื้นฐานมีการปรับเปลี่ยนในหลายอุตสาหกรรม มีผลกระทบต่อการจ้างงาน เช่น ธุรกิจบริการ เริ่มหันมาใช้ระบบออนไลน์ โรงงานอุตสาหกรรมใช้ ROBOT…

เฟ้นหา หุ้นผลตอบแทนสูง เพื่อการลงทุนระยะยาว สำหรับนักลงทุนแนว Active Investor

สำหรับนักลงทุนแนว Active Investor หรือนักลงทุนเชิงรุกที่ต้องการปั้นพอร์ตให้เติบโตในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง การมองหาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง อาจจะอยู่ในความสนใจของเรา เฉกเช่นเดียวกับการลงทุนหุ้นเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การมองหาหุ้นผลตอบแทนที่สูงนั้น คำว่า “ผลตอบแทนสูง” อาจนิยามในหลายกรณี บางคนต้องการผลตอบแทนแค่ 10% ต่อปีก็ถือว่าสูงแล้ว แต่บางคนต้องการมากกว่านั้น สำหรับคนที่ต้องการผลตอบแทนสูง ๆ ลองมาดูวิธีการดังต่อไปนี้ ประการแรก … “อย่าสนใจหุ้นราคาถูกเรื้อรัง ให้ตั้งเป้าผลตอบแทนที่พอใจ” สำหรับนักลงทุนที่เน้นเงินปันผล การที่หุ้นมีราคาถูกอยู่เสมอให้เราได้เก็บสะสม ถือเป็นเรื่องดี เพราะถ้าเงินปันผลไม่ลดลง หุ้นที่ราคาถูกเรื้อรังแบบนี้ทำให้เราเก็บสะสมหุ้นได้เรื่อย ๆ แต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนโดดเด่นจากส่วนต่างราคาหุ้นต้องคิดอีกแบบ นักลงทุนที่ชอบผลตอบแทนสูง ควรตั้งเป้าผลตอบแทนที่พอใจเป็นจุดเริ่มต้น เป็นเมล็ดพันธุ์ในหัวของเรา เราอาจตั้งเป้าผลตอบแทน 30-50% ต่อปี และค่อยนำเป้าที่ตั้งมามองหาหุ้นที่จะลงทุน ประการที่สอง … “มองหากิจการที่จะมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด” เมื่อเราตั้งเป้าผลตอบแทนในแบบที่เราต้องการแล้ว เราก็ต้องมองหากิจการที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด “เท่านั้น” ผมเน้นคำว่าเท่านั้นเป็นเพราะวิธีการลงทุนแบบนี้ เราจะไม่มองหากิจการที่ผลตอบแทนธรรมดา หรือไม่โตก้าวกระโดด แต่เราจะเน้นที่กิจการที่จะโตเด่นในอนาคตอันใกล้ ประการที่สาม … “ยอดขายที่เติบโตต้องมีความแน่นอนสูง” บางทีเราคิดว่ายอดขายจะต้องโต ผลประกอบการต้องโต แต่ความจริงแล้วยอดขายมันผูกไว้กับออเดอร์ที่มีความไม่แน่นอน เช่น ยอดขายรถยนต์ส่งออก…